ระบบรับสมัคร TCAS70 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดข้อมูลรอบที่ 1 Portfolio ครบทั้ง 6 คณะสายสุขภาพแล้ว รวม 231 ที่นั่ง แต่ละคณะไม่ได้เปิดทั้งแบบ 1.1 และ 1.2 เหมือนกัน และคณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะเดียวที่ ไม่เปิดแบบ 1.1 เลย ผู้ที่เล็งพยาบาล มช. จึงต้องเตรียมคะแนน TGAT ไว้ด้วย ไม่ใช่แค่แฟ้มสะสมผลงาน
จำนวนรับรอบที่ 1 ทั้ง 6 คณะ แยกแบบ 1.1 และ 1.2
ตัวเลขต่อไปนี้มาจากระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยตรง และตรงกับข้อมูลที่มหาวิทยาลัยแจ้งเข้าระบบ TCAS กลางทุกโครงการ
| คณะ / สาขาวิชา | แบบ 1.1 | แบบ 1.2 | รวม |
|---|---|---|---|
| แพทยศาสตร์ (4 โครงการ) | 63 | 12 | 75 |
| ทันตแพทยศาสตร์ | 15 | 0 | 15 |
| เภสัชศาสตร์ (4 โครงการ) | 55 | 0 | 55 |
| เทคนิคการแพทย์ (สาขาเทคนิคการแพทย์) | 15 | 5 | 20 |
| เทคนิคการแพทย์ (สาขากายภาพบำบัด) | 10 | 0 | 10 |
| เทคนิคการแพทย์ (สาขารังสีเทคนิค) | 10 | 0 | 10 |
| เทคนิคการแพทย์ (สาขากิจกรรมบำบัด) | 8 | 0 | 8 |
| เทคนิคการแพทย์ (สาขาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายฯ) | 2 | 0 | 2 |
| พยาบาลศาสตร์ | 0 | 10 | 10 |
| สัตวแพทยศาสตร์ | 10 | 16 | 26 |
| รวมทั้งหมด | 188 | 43 | 231 |
ผลรวมทุกแถวคือ 231 ที่นั่ง ตรงกับผลรวมรายโครงการที่มหาวิทยาลัยแจ้งเข้าระบบ TCAS กลาง (75 + 15 + 55 + 50 + 10 + 26)
สิ่งที่ตารางนี้บอกและโพสต์สรุปทั่วไปมักไม่บอก คือ คณะทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิค กิจกรรมบำบัด และวิทยาศาสตร์สื่อความหมายฯ ไม่เปิดแบบ 1.2 เลย ถ้าพลาดรอบ 1.1 จะไม่มีรอบ Portfolio ที่สองให้แก้ตัว ต้องข้ามไปรอบโควตาหรือรอบ 3 แทน
พยาบาลศาสตร์ มช. เปิดเฉพาะแบบ 1.2 และคิด TGAT 30%
คณะพยาบาลศาสตร์เปิดรอบที่ 1 ผ่านโครงการเดียวคือ โครงการสานฝันฉันอยากเป็นพยาบาล (Born to be NURSE) จำนวน 10 ที่นั่ง ในแบบ 1.2 เท่านั้น จุดนี้เปลี่ยนวิธีเตรียมตัวไปทั้งหมด เพราะแบบ 1.2 ของ มช. ใช้คะแนนกลางร่วมด้วย
สัดส่วนที่ใช้คัดเลือกของโครงการนี้คือ แฟ้มสะสมผลงานและการสัมภาษณ์รวมกัน ค่าน้ำหนักร้อยละ 70 และ TGAT ความถนัดทั่วไป (รหัสวิชา 90) ค่าน้ำหนักร้อยละ 30 โดยภายในส่วนร้อยละ 70 นั้น แบ่งเป็นแฟ้มสะสมผลงานร้อยละ 40 และการสัมภาษณ์ร้อยละ 60
คุณสมบัติด้านผลการเรียนกำหนดไว้สูง คือ GPAX 5 เทอมไม่น้อยกว่า 3.50 และ GPA รายวิชา คณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ ต้องไม่น้อยกว่า 3.50 ทุกวิชา พร้อมเรียงความตามหัวข้อที่คณะกำหนด และต้องเป็นผู้ได้รับประกาศเกียรติคุณการกระทำความดี มีคุณธรรม จริยธรรม การอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือชุมชน แฟ้มสะสมผลงานจำกัดไม่เกิน 15 หน้า
อีกข้อที่ต้องเตรียมล่วงหน้า คือ ใบรับรองแพทย์ที่ระบุผลการตรวจร่างกายและการตรวจตาบอดสีจากโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน ซึ่ง ต้องตรวจไว้ไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร ไปตรวจเร็วเกินไปก็ใช้ไม่ได้
แพทยศาสตร์ มช. 4 โครงการ 75 ที่นั่ง ใช้เกณฑ์ภาษาอังกฤษไม่เท่ากัน
คณะแพทยศาสตร์เปิดรอบที่ 1 ผ่าน 4 โครงการ ทุกโครงการกำหนด GPAX 5 เทอมไม่น้อยกว่า 3.50 และรับเฉพาะผู้มีสัญชาติไทย แต่เกณฑ์ผลงานและคะแนนภาษาอังกฤษต่างกันชัดเจน จึงใช้แฟ้มชุดเดียวกันยื่นทุกโครงการไม่ได้
| โครงการ | แบบ 1.1 | แบบ 1.2 | เกณฑ์ภาษาอังกฤษขั้นต่ำ | แฟ้มไม่เกิน |
|---|---|---|---|---|
| เรียนดีโอลิมปิก | 31 | 6 | TOEFL iBT 60 / TOEFL ITP 500 / Academic IELTS 6.0 | 6 หน้า |
| เรียนดีภาษาอังกฤษ | 20 | 2 | หลักสูตรแกนกลาง TOEFL iBT 79 · หลักสูตรนานาชาติ TOEFL iBT 100 | 6 หน้า |
| ผลิตแพทย์นักวิทยาการข้อมูล | 6 | 2 | TOEFL iBT 60 / TOEFL ITP 500 / Academic IELTS 6.0 | 7 หน้า |
| ผู้มีอัจฉริยภาพด้านนวัตกรรม | 6 | 2 | TOEFL iBT 60 / TOEFL ITP 500 / Academic IELTS 6.0 | 8 หน้า |
ทุกโครงการไม่รับผลสอบ IELTS One Skill Retake ส่วนโครงการเรียนดีโอลิมปิกกำหนด GPA รายวิชาชีววิทยา เคมี และภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 3.50 ขณะที่โครงการแพทย์นักวิทยาการข้อมูลและผู้มีอัจฉริยภาพด้านนวัตกรรมเพิ่มฟิสิกส์และคณิตศาสตร์เข้ามาในเงื่อนไข GPA รายวิชาด้วย
ความต่างระหว่างแบบ 1.1 กับ 1.2 ของคณะแพทยศาสตร์อยู่ที่การคิดคะแนน แบบ 1.1 ใช้แฟ้มสะสมผลงานร้อยละ 70 และสัมภาษณ์ร้อยละ 30 ส่วน แบบ 1.2 ใช้คุณสมบัติชุดเดียวกันกับแบบ 1.1 คิดน้ำหนักร้อยละ 85 แล้วบวก TGAT ความถนัดทั่วไปอีกร้อยละ 15
เภสัชศาสตร์ให้น้ำหนักแฟ้มสูงสุดในกลุ่ม สูงถึงร้อยละ 90
คณะเภสัชศาสตร์เปิด 4 โครงการ รวม 55 ที่นั่ง เป็นคณะที่รับมากเป็นอันดับสองรองจากแพทยศาสตร์ และเป็นคณะที่ให้น้ำหนักแฟ้มสะสมผลงานสูงที่สุดในบรรดาคณะสายสุขภาพของ มช.
| โครงการ | จำนวนรับ | น้ำหนักแฟ้ม : สัมภาษณ์ |
|---|---|---|
| เรียนดี 17 จังหวัดภาคเหนือ | 20 | 85 : 15 |
| การรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี | 15 | 85 : 15 |
| เด็กดีมีที่เรียน | 15 | 85 : 15 |
| เรียนดีภาษาอังกฤษ | 5 | 90 : 10 |
ทั้ง 4 โครงการใช้เกณฑ์ผลการเรียนชุดเดียวกัน คือ GPAX 5 เทอมไม่น้อยกว่า 3.50 และ GPA กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 3.50 ทุกกลุ่ม รับเฉพาะแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์หรือเทียบเท่า และแฟ้มสะสมผลงานไม่เกิน 10 หน้า
สำหรับโครงการเด็กดีมีที่เรียน มีเงื่อนไขเพิ่มที่มักถูกมองข้าม คือ โรงเรียนเสนอชื่อได้ไม่เกิน 2 คนต่อรอบ และผู้สมัครทั้ง 2 คนสมัครในรหัสโครงการเดียวกันไม่ได้ จึงต้องคุยกับฝ่ายแนะแนวของโรงเรียนก่อน ไม่ใช่ตัดสินใจเองฝ่ายเดียว
ทันตะและสัตวแพทย์ ให้น้ำหนักสัมภาษณ์มากกว่าแฟ้ม
ทั้งคณะทันตแพทยศาสตร์และคณะสัตวแพทยศาสตร์ใช้สัดส่วน แฟ้มสะสมผลงานร้อยละ 40 และการสัมภาษณ์ร้อยละ 60 ซึ่งกลับด้านจากคณะเภสัชศาสตร์อย่างชัดเจน แฟ้มสวยอย่างเดียวจึงไม่พอสำหรับสองคณะนี้
ทันตแพทยศาสตร์ รับ 15 ที่นั่งในแบบ 1.1 กำหนด GPAX ไม่น้อยกว่า 3.75 ซึ่งเป็นเกณฑ์ GPAX สูงที่สุดในกลุ่มคณะสายสุขภาพของ มช. รอบนี้ และบังคับคะแนนภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 80, IELTS Academic ไม่น้อยกว่า 6.5 (ไม่รับ One Skill Retake) หรือ CMU TEGS ตั้งแต่ 70 คะแนนขึ้นไป
จุดที่ต่างจากทุกคณะคือ ทันตะกำหนดให้เขียน เรียงความ 2 ฉบับ ฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ อย่างละไม่เกิน 1 หน้า A4 เขียนด้วยลายมือบรรจง ตามแบบฟอร์มที่คณะกำหนด และ ไม่อนุญาตให้ใช้ Generative AI ช่วยเขียน ส่วนแฟ้มไม่เกิน 10 หน้า แบ่งเป็นผลงานวิชาการไม่เกิน 3 ผลงาน ผลงานด้านคุณธรรมจริยธรรมและจิตอาสาไม่เกิน 2 ผลงาน และผลงานด้านอื่นไม่เกิน 2 ผลงาน
สัตวแพทยศาสตร์ รับ 26 ที่นั่ง แบ่งเป็นแบบ 1.1 จำนวน 10 และแบบ 1.2 จำนวน 16 กำหนด GPAX ไม่น้อยกว่า 3.20 แต่บังคับ GPA วิชาเคมีและชีววิทยาไม่น้อยกว่า 3.75 ทั้งสองวิชา และมีเงื่อนไขชั่วโมงฝึกงานที่ให้คะแนนเป็นขั้นบันได
| ชั่วโมงฝึกงานทางสัตวแพทย์ | คะแนนที่ได้ |
|---|---|
| 100 – 150 ชั่วโมง | 5 คะแนน |
| 151 – 200 ชั่วโมง | 10 คะแนน |
| มากกว่า 200 ชั่วโมง | 15 คะแนน |
ชั่วโมงฝึกงานต้องสะสมไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมงนับถึงวันสมัคร ในคลินิกสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ หรือฟาร์มที่มีใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ภายใต้การควบคุมของนายสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และต้องมีเอกสารลงนามรับรอง สำหรับแบบ 1.2 ระบบระบุองค์ประกอบเพิ่มเป็น แฟ้มและสัมภาษณ์ร้อยละ 65 · TGAT ร้อยละ 20 · TPAT 3 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 15
คณะเทคนิคการแพทย์เปิดครบ 5 สาขา รวม 50 ที่นั่ง
คณะเทคนิคการแพทย์เป็นคณะที่มีสาขาให้เลือกมากที่สุด และทุกสาขาใช้สัดส่วนแฟ้มสะสมผลงานร้อยละ 70 กับการสัมภาษณ์ร้อยละ 30 แฟ้มไม่เกิน 10 หน้าเท่ากันทั้งคณะ สิ่งที่ต่างกันคือวิชาที่ถูกกำหนด GPA ขั้นต่ำ
| สาขา | โครงการ | จำนวนรับ | GPAX ขั้นต่ำ |
|---|---|---|---|
| เทคนิคการแพทย์ | เด็กดีมีที่เรียน | 15 (1.1) + 5 (1.2) | 3.50 |
| กายภาพบำบัด | เด็กดีมีที่เรียน | 8 | 3.50 |
| กายภาพบำบัด | ผู้มีผลด้านกีฬาดีเด่น | 2 | 3.00 |
| รังสีเทคนิค | เรารักรังสีเทคนิค มช. | 5 | 3.50 |
| รังสีเทคนิค | ทายาทรังสี | 3 | 3.50 |
| รังสีเทคนิค | ความร่วมมือฯ ชายแดนใต้ | 2 | ยังไม่ระบุในระบบ |
| กิจกรรมบำบัด | เด็กดีมีที่เรียน | 5 | 3.50 |
| กิจกรรมบำบัด | ความร่วมมือฯ ชายแดนใต้ | 3 | ยังไม่ระบุในระบบ |
| วิทยาศาสตร์สื่อความหมายฯ | เด็กดีมีที่เรียน | 1 | 3.50 |
| วิทยาศาสตร์สื่อความหมายฯ | ความร่วมมือฯ ชายแดนใต้ | 1 | ยังไม่ระบุในระบบ |
รายละเอียด GPA รายวิชาที่ต่างกัน สาขาเทคนิคการแพทย์กำหนดเคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 3.50 · สาขารังสีเทคนิคเพิ่มฟิสิกส์เข้ามาด้วย · สาขากิจกรรมบำบัดกำหนดคณิตศาสตร์ ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ · สาขากายภาพบำบัดโครงการเด็กดีมีที่เรียนกำหนดคณิตศาสตร์ ชีววิทยา ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 3.50 ส่วนโครงการผู้มีผลด้านกีฬาดีเด่นลดเกณฑ์ทุกช่องลงเหลือ 3.00
สำหรับสาขาเทคนิคการแพทย์ที่เปิดแบบ 1.2 ด้วย 5 ที่นั่ง ระบบระบุองค์ประกอบเป็นแฟ้มและสัมภาษณ์ร้อยละ 70 บวก TGAT ร้อยละ 30
ค่าเทอมภาคการศึกษาแรก ปีการศึกษา 2570
อัตราต่อไปนี้มาจากประกาศอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งระบุว่าบังคับใช้กับนักศึกษาที่เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป ข้อมูล ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569
| หลักสูตร | จำนวนปี | ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาแรก |
|---|---|---|
| แพทยศาสตรบัณฑิต | 6 | ชั้นปีที่ 1 · 20,000 บาท |
| ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต | 6 | ชั้นปีที่ 1-2 · 20,000 บาท |
| เภสัชศาสตรบัณฑิต | 6 | ชั้นปีที่ 1-5 · 30,000 บาท |
| เทคนิคการแพทย์ / กายภาพบำบัด / รังสีเทคนิค / กิจกรรมบำบัด / วิทยาศาสตร์สื่อความหมายฯ | 4 | 25,000 บาท |
| พยาบาลศาสตรบัณฑิต (ไทย) | 4 | 25,000 บาท |
| พยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ) | 4 | 50,000 บาท |
| สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต | 6 | ชั้นปีที่ 1 · 20,000 บาท (ปีที่ 2 · 25,000 · ปีที่ 3 · 30,000) |
ประกาศฉบับนี้ระบุหมายเหตุไว้เองว่าอัตราของบางหลักสูตรอาจมีการเปลี่ยนแปลง หากต้องใช้อ้างอิงเพื่อวางแผนการเงินจริง ควรสอบถามคณะโดยตรง อีกจุดที่ต้องอ่านให้ครบคือ สัตวแพทยศาสตร์เป็นหลักสูตรเดียวในกลุ่มนี้ที่ค่าเทอมขยับขึ้นทุกปีในช่วงปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 การดูเฉพาะตัวเลขปีแรกจะประเมินค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความจริง
คำแนะนำจาก Born4Health
- เช็กก่อนว่าคณะที่หมายตาเปิดแบบไหน ถ้าเป็นทันตะ เภสัช กายภาพ รังสีเทคนิค กิจกรรมบำบัด หรือวิทยาศาสตร์สื่อความหมายฯ จะมีเฉพาะแบบ 1.1 พลาดแล้วไม่มีรอบสองในรอบ Portfolio
- ถ้าเล็งพยาบาลหรือสัตวแพทย์ ให้วางแผนสอบ TGAT ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะทั้งสองเปิดผ่านแบบ 1.2 ที่คิดคะแนนกลางร่วมด้วย และสัตวแพทย์แบบ 1.2 ยังใช้ TPAT 3 อีก 15%
- เอกสารที่มีวันหมดอายุต้องจับเวลาให้ดี ใบรับรองแพทย์ของพยาบาลศาสตร์ต้องตรวจไม่เกิน 3 เดือนก่อนวันปิดรับ ส่วนคะแนนภาษาอังกฤษของทันตะและแพทย์ใช้ผลย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปี
- ชั่วโมงฝึกงานสัตวแพทย์ต้องเริ่มสะสมทันที ขั้นต่ำ 100 ชั่วโมงเป็นเพียงประตูเข้า ส่วนช่วงที่ได้คะแนนเต็ม 15 คือมากกว่า 200 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาหลายเดือน
- อย่ายึดวันเปิดรับสมัครจากโพสต์สรุปหรือปีก่อน ให้เช็กหน้าประกาศระเบียบการของ มช. ก่อนชำระเงินหรือส่งเอกสารทุกครั้ง
- เข้าใจให้ตรงว่ารายงานตัวกับยืนยันสิทธิ์ไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกัน การผ่านการคัดเลือกของคณะยังไม่ใช่การได้ที่นั่ง จนกว่าจะกดยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS กลางตามปฏิทินของ ทปอ.
คำถามที่พบบ่อย
มช. รอบ 1 Portfolio สายสุขภาพ ปิดรับสมัครวันไหน
ทุกโครงการในคณะสายสุขภาพทั้ง 6 คณะแจ้งวันปิดรับสมัครเข้าระบบ TCAS กลางตรงกันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ส่วนวันเปิดรับสมัคร ยังไม่มีประกาศข้อมูลส่วนนี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่ตรวจสอบ เพราะหน้าปฏิทินของ มช. ยังขึ้นข้อความให้ติดตามอีกครั้ง
พยาบาล มช. รอบ 1 รับกี่คน และต้องสอบอะไรบ้าง
รับ 10 ที่นั่ง ผ่านโครงการสานฝันฉันอยากเป็นพยาบาล (Born to be NURSE) เฉพาะแบบ 1.2 ต้องมีคะแนน TGAT ความถนัดทั่วไป ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของคะแนนรวม ส่วนอีกร้อยละ 70 มาจากแฟ้มสะสมผลงานและการสัมภาษณ์
คณะไหนของ มช. ใช้ GPAX สูงที่สุดในรอบ 1
คณะทันตแพทยศาสตร์ กำหนด GPAX ไม่น้อยกว่า 3.75 รองลงมาคือแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และเทคนิคการแพทย์เกือบทุกสาขา ที่กำหนด 3.50 ส่วนสัตวแพทยศาสตร์กำหนด GPAX 3.20 แต่บังคับ GPA เคมีและชีววิทยา 3.75 ทั้งสองวิชา
ต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษไหมถึงจะสมัครได้
ขึ้นกับคณะ คณะแพทยศาสตร์และคณะทันตแพทยศาสตร์บังคับคะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐาน เช่น TOEFL, IELTS หรือ CMU TEGS ตามเกณฑ์ของแต่ละโครงการ ส่วนคณะเทคนิคการแพทย์และคณะพยาบาลศาสตร์ใช้ GPA รายวิชาภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์แทน โดยกำหนดไม่น้อยกว่า 3.50
ค่าเทอมคณะสายสุขภาพ มช. ปีการศึกษา 2570 เท่าไร
ภาคการศึกษาแรกอยู่ระหว่าง 20,000 ถึง 30,000 บาท โดยแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ อยู่ที่ 20,000 บาท เทคนิคการแพทย์ทุกสาขาและพยาบาลศาสตร์หลักสูตรไทยอยู่ที่ 25,000 บาท และเภสัชศาสตร์สูงที่สุดที่ 30,000 บาท
แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจสอบ
- ระบบรับสมัคร TCAS70 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ — หน้าหลักการรับสมัครระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2570
- ระบบค้นหาคณะและสาขาที่เปิดรับสมัคร มช. — จำนวนรับ คุณสมบัติ และสัดส่วนคะแนนรายโครงการ ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569
- อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา มช. ระดับปริญญาตรี — ฉบับบังคับใช้ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2570
- ระบบ TCAS70 (ทปอ.) — ปฏิทินกลางและกำหนดการยืนยันสิทธิ์
สิ่งที่ยังไม่มีประกาศ และควรติดตามต่อ
ณ วันที่ตรวจสอบ ยังไม่มีประกาศข้อมูลส่วนต่อไปนี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ วันเปิดรับสมัครรอบที่ 1 · ประกาศระเบียบการฉบับลงนามรายโครงการ · วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์และวันสัมภาษณ์ · ค่าสมัครรายโครงการ · และเกณฑ์ GPAX ของโครงการความร่วมมือฯ ชายแดนใต้ทั้งสามสาขาในคณะเทคนิคการแพทย์
สิ่งที่ทำได้ทันทีในสัปดาห์นี้คือ เปิดระบบค้นหาคณะและสาขาของ มช. แล้วอ่านรหัสโครงการที่ตั้งใจสมัครให้ครบทุกบรรทัด จดวิชาที่ถูกกำหนด GPA ขั้นต่ำเทียบกับใบ ปพ. ของตัวเอง แล้วเช็กว่ายังขาดวิชาไหนอยู่ ถ้าขาดเพียงวิชาเดียว เทอมนี้คือเทอมสุดท้ายที่ยังแก้ทันก่อนนับ GPAX 5 เทอม