TCAS70 ม.นอร์ทกรุงเทพ รับสมัครพยาบาล รอบ2

เช็กความพร้อมก่อนสมัครเรียนพยาบาล ม.นอร์ทกรุงเทพ DEK70 รอบ 2 คุณสมบัติ GPAX 2.50 แนวเตรียมข้อเขียนและสัมภาษณ์ออนไลน์ พร้อม checklist ก่อนจ่ายค่าสมัคร
northbkk-nursing-round2-who-should-apply-online-exam

การรับทุกแผนการเรียนช่วยเปิดประตูให้คนที่สนใจวิชาชีพพยาบาลมากขึ้น แต่คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “สมัครได้ไหม” — ควรถามต่อว่า เราพร้อมเรียนและทำงานในสายที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้ป่วยหรือยัง

โปสเตอร์รับสมัครพยาบาล มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ รอบ 2
ตรวจข้อมูลในโปสเตอร์ควบคู่กับระบบสมัครของมหาวิทยาลัยก่อนชำระเงิน

ประกาศพยาบาล มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ DEK’70 รอบ 2 กำหนด GPAX 2.50 ขึ้นไป ไม่ใช้ Portfolio และคัดเลือกด้วยข้อเขียนกับสัมภาษณ์ออนไลน์ บทความนี้จะช่วยประเมินความเหมาะสม วางแผนเตรียมตัว และเช็กข้อมูลที่ยังต้องถามมหาวิทยาลัยก่อนสมัคร

เริ่มจากเช็กว่า “สายพยาบาล” เข้ากับเราหรือไม่

ลองตอบคำถามต่อไปนี้กับตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

  • เรารับฟังผู้อื่นได้ แม้อยู่ในสถานการณ์เร่งรีบหรือกดดันหรือไม่
  • เราพร้อมเรียนเนื้อหาที่ต้องใช้ความละเอียดและทบทวนสม่ำเสมอหรือไม่
  • เรารักษาความลับ เคารพศักดิ์ศรี และไม่ตัดสินผู้รับบริการได้หรือไม่
  • เมื่อทำผิด เรากล้ารายงานและแก้ไขตามขั้นตอนหรือไม่
  • เราดูแลตารางชีวิต การพักผ่อน และสุขภาพใจของตนเองได้แค่ไหน
  • เหตุผลที่อยากเรียนมาจากความสนใจจริง หรือมาจากความคาดหวังของคนอื่นเป็นหลัก

ไม่จำเป็นต้องตอบ “พร้อม” ทุกข้อในวันนี้ แต่ควรรู้ว่าตัวเองต้องพัฒนาด้านใด การเรียนพยาบาลไม่ใช่เพียงการสอบเข้าให้ได้ แต่เป็นการฝึกความรู้ ทักษะ ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับคนหลายฝ่าย

คุณสมบัติเบื้องต้นของรอบ 2

ข้อมูลบนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ระบุว่า

  • รับทุกแผนการเรียน
  • รับผู้มีวุฒิ ม.6 ปวช. และ กศน.
  • ต้องมี GPAX 2.50 ขึ้นไป
  • ไม่ต้องยื่น Portfolio
  • คัดเลือกด้วยข้อเขียนและสัมภาษณ์ผ่านระบบออนไลน์
  • ค่าสมัครสอบ 500 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับระบุ ปวส. และจำนวนรับ 80 ที่นั่ง แต่สองจุดนี้ยังอ่านยืนยันจากโปสเตอร์ไม่ได้ เพราะบนภาพระบุเพียง “รับจำนวนจำกัด” และไม่ได้แสดงคำว่า ปวส. ผู้สมัครในกลุ่มดังกล่าวควรตรวจตัวเลือกในระบบหรือถามศูนย์รับสมัครก่อนชำระเงิน

“รับทุกแผนการเรียน” ไม่ได้แปลว่าเตรียมตัวเท่ากัน

การเปิดรับทุกแผนช่วยให้ผู้สมัครนอกสายวิทย์มีโอกาสเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก แต่พื้นฐานของแต่ละคนอาจต่างกัน ผู้สมัครจึงควรสำรวจจุดแข็งและช่องว่างของตนเอง เช่น

  1. อ่านประกาศจากมหาวิทยาลัยเพื่อดูว่ามีการแจ้งขอบเขตการสอบเพิ่มเติมหรือไม่
  2. ประเมินทักษะการอ่านโจทย์ การจัดเวลา และการตอบคำถามภายใต้ข้อจำกัด
  3. เตรียมพื้นที่สำหรับการสอบออนไลน์และแผนสำรองด้านอินเทอร์เน็ต
  4. ฝึกอธิบายแรงจูงใจด้วยเหตุผลของตนเอง ไม่ใช้คำตอบสำเร็จรูป

โปสเตอร์ไม่ได้บอกวิชา สัดส่วนคะแนน จำนวนข้อ หรือเวลาสอบ จึงไม่ควรซื้อคอร์สหรืออ่านเฉพาะวิชาใดเพราะมีผู้คาดเดาว่า “ต้องออกแน่” ให้รอข้อมูลทางการแล้วค่อยวางตารางอ่านแบบเจาะจง

เตรียมข้อเขียนออนไลน์อย่างไรเมื่อยังไม่ประกาศขอบเขต

แม้ยังไม่รู้รายวิชา ผู้สมัครสามารถเตรียมทักษะที่ใช้ได้กับข้อสอบหลายรูปแบบโดยไม่เสี่ยงอ่านผิดทาง

ฝึกอ่านคำสั่งให้ครบ

ทำแบบฝึกหัดจับเวลาแล้ววงคำสำคัญ เช่น “ถูกที่สุด” “ไม่ถูกต้อง” หรือ “ยกเว้น” เพื่อลดความผิดพลาดจากการรีบตอบ

วางระบบจัดเวลา

ทดลองแบ่งเวลาระหว่างอ่านโจทย์ ตอบ และทบทวน ฝึกข้ามข้อที่ใช้เวลานานแล้วกลับมาใหม่ แต่อย่ายึดสูตรตายตัวก่อนทราบจำนวนข้อและระยะเวลาจริง

ทดสอบอุปกรณ์ด้วยสถานการณ์จำลอง

เปิดกล้องและไมโครโฟนพร้อมกัน ทดลองทำแบบฝึกหัดต่อเนื่องในห้องที่จะใช้จริง ตรวจความร้อนของเครื่อง แบตเตอรี่ ที่ชาร์จ และความเสถียรของเครือข่าย

รอประกาศก่อนล็อกแผนเนื้อหา

เมื่อมหาวิทยาลัยแจ้งวิชา รูปแบบ หรือข้อปฏิบัติ ให้ปรับตารางเตรียมตัวตามเอกสารนั้นทันที แหล่งทางการควรมีน้ำหนักเหนือโพสต์สรุปหรือประสบการณ์จากคนละรอบ

สัมภาษณ์ออนไลน์: เตรียมให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ท่องบท

การสัมภาษณ์อาจใช้ประเมินแรงจูงใจ การสื่อสาร และความพร้อม แต่โปสเตอร์ไม่ได้เปิดเผยคำถามหรือเกณฑ์ให้คะแนน วิธีเตรียมที่ไม่ผูกกับคำถามเฉพาะคือ

  • เขียนเหตุผลที่อยากเรียนพยาบาลจากประสบการณ์จริงของตนเอง 3–5 บรรทัด
  • ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่เคยรับผิดชอบงาน แก้ความขัดแย้ง หรือช่วยเหลือผู้อื่น
  • ฝึกตอบแบบมีโครงสร้าง: สถานการณ์ → สิ่งที่ทำ → ผลลัพธ์ → สิ่งที่เรียนรู้
  • หากไม่รู้คำตอบ ให้บอกอย่างสุภาพว่าไม่แน่ใจและอธิบายว่าจะตรวจสอบอย่างไร
  • มองกล้องเป็นระยะ พูดชัด ไม่รีบ และไม่อ่านสคริปต์ตลอดเวลา

คำถามซ้อมที่ใช้สะท้อนตัวเอง

  • เพราะอะไรเราจึงสนใจพยาบาลมากกว่าสายสุขภาพอื่น
  • เมื่อเจอคนที่กำลังกังวล เรามักรับฟังและสื่อสารอย่างไร
  • เราจัดการกับคำติหรือความผิดพลาดของตนเองอย่างไร
  • หากเรียนหนักและมีหลายงานพร้อมกัน เราจะขอความช่วยเหลือจากใคร

คำถามเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือฝึกคิด ไม่ใช่ข้อสอบที่มหาวิทยาลัยยืนยันว่าจะถาม

Checklist ห้องสอบและสัมภาษณ์ออนไลน์

ก่อนวันสอบ ลองตรวจรายการนี้ทีละข้อ

  • [ ] อุปกรณ์เปิดกล้อง ไมโครโฟน และเบราว์เซอร์ได้ตามปกติ
  • [ ] มีที่ชาร์จและปลั๊กไฟอยู่ใกล้มือ
  • [ ] อินเทอร์เน็ตหลักเสถียร และมีแผนสำรองหากทำได้
  • [ ] ห้องเงียบ แสงเข้าด้านหน้า และพื้นหลังไม่รบกวนสายตา
  • [ ] ปิดการแจ้งเตือนและโปรแกรมที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • [ ] ทราบช่องทางติดต่อกรณีเข้าระบบไม่ได้
  • [ ] อ่านข้อห้ามและวิธียืนยันตัวตนจากมหาวิทยาลัย
  • [ ] เข้าระบบตามเวลาที่ประกาศ ไม่อ้างอิงเวลาจากบทความอื่น

มหาวิทยาลัยยังไม่ได้ระบุแพลตฟอร์ม เวลา หรือรูปแบบการยืนยันตัวตนในโปสเตอร์ จึงต้องรอคำแนะนำที่ส่งให้ผู้มีสิทธิ์สอบ

วางแผนค่าใช้จ่ายก่อนกดสมัคร

ค่าธรรมเนียมสมัครสอบคือ 500 บาท แต่ค่าใช้จ่ายในการตัดสินใจเรียนไม่ได้มีเพียงค่าสมัคร ควรขอข้อมูลค่าเล่าเรียน ค่าอุปกรณ์ เครื่องแบบ การเดินทางหรือที่พัก และเงื่อนไขชำระเงินจากมหาวิทยาลัยก่อนยืนยันสิทธิ์

วงเงินทุนที่สื่อประชาสัมพันธ์แจ้งไว้คือ ไม่เกิน 30,000 บาทสำหรับผู้สอบผ่าน แต่สิทธิ์จริงอาจขึ้นกับคุณสมบัติและข้อกำหนดเพิ่มเติม จึงยังไม่ควรนำยอดดังกล่าวไปหักออกจากงบเรียนจนกว่าจะได้รับหนังสือยืนยันทุนจากมหาวิทยาลัย

ปฏิทินที่ต้องจัดเวลาไว้

  • 3 กันยายน 2569: ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ
  • 5 กันยายน 2569: สอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ออนไลน์
  • 8 กันยายน 2569: ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเข้าศึกษาต่อ

โปสเตอร์ไม่ได้ระบุวันปิดรับสมัคร ผู้สนใจจึงควรตรวจหน้ารับสมัครทันทีและไม่ตีความว่าสมัครได้ถึงวันที่ 3 กันยายน

8 เรื่องที่ควรถามมหาวิทยาลัยก่อนจ่ายเงิน

  1. วุฒิของเราสมัครรอบนี้ได้แน่นอนหรือไม่ โดยเฉพาะกรณี ปวส.
  2. วันและเวลาปิดรับสมัครคือเมื่อใด
  3. ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
  4. ข้อเขียนครอบคลุมวิชาใด รูปแบบข้อสอบและเวลาสอบเป็นอย่างไร
  5. ใช้แพลตฟอร์มใด และมีการทดสอบระบบล่วงหน้าหรือไม่
  6. เกณฑ์สัมภาษณ์และการยืนยันตัวตนมีข้อกำหนดใด
  7. จำนวนรับที่ยืนยันอย่างเป็นทางการคือเท่าใด
  8. ทุนสูงสุด 30,000 บาทมีคุณสมบัติ ข้อผูกพัน และขั้นตอนขอรับอย่างไร

คำถามที่พบบ่อยสำหรับคนกำลังตัดสินใจ

ไม่ได้เรียนสายวิทย์ สมัครได้ไหม

โปสเตอร์ระบุว่ารับทุกแผนการเรียน หากมี GPAX ตามเกณฑ์ก็สมัครเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกได้ แต่ควรประเมินพื้นฐานและความพร้อมต่อการเรียนสายสุขภาพของตนเองด้วย

ไม่มี Portfolio จะเสียเปรียบหรือไม่

ประกาศนี้ระบุว่าไม่ต้องยื่น Portfolio การเตรียมตัวจึงควรเน้นการทำตามขั้นตอนสมัคร ข้อเขียน และสัมภาษณ์ตามที่มหาวิทยาลัยแจ้ง

ควรเริ่มอ่านวิชาอะไร

ยังไม่ควรฟันธง เพราะโปสเตอร์ไม่ได้ระบุวิชาหรือขอบเขตข้อสอบ เริ่มจากฝึกอ่านโจทย์ จัดเวลา และติดตามประกาศทางการ แล้วค่อยวางแผนเนื้อหาเฉพาะวิชา

สัมภาษณ์ออนไลน์ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ

เตรียมอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต สถานที่ และฝึกอธิบายแรงจูงใจกับประสบการณ์ของตนเอง ส่วนแพลตฟอร์ม เวลา และกติกาต้องยึดข้อมูลจากมหาวิทยาลัย

ทุน 30,000 บาทได้รับทุกคนหรือไม่

ไม่ได้ระบุเช่นนั้น โปสเตอร์ใช้คำว่า “สูงสุด 30,000 บาท” สำหรับผู้สอบผ่าน และการได้รับจริงขึ้นกับเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย

สมัครและตรวจข้อมูลล่าสุด

ก่อนกรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือชำระเงิน ตรวจให้แน่ใจว่าเว็บอยู่ภายใต้โดเมน northbkk.ac.th

หมายเหตุแหล่งข้อมูล

ข้อมูลรับสมัครอ้างอิงโปสเตอร์ที่ตรวจเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 ส่วน ปวส. และ 80 ที่นั่งเป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับซึ่งยังต้องตรวจจากระบบหรือมหาวิทยาลัยอีกครั้ง บทความนี้เป็นคำแนะนำเพื่อช่วยประเมินความพร้อม ไม่ใช่ประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ

CTA: หากเช็กทั้งคุณสมบัติ ความพร้อม และคำถามสำคัญแล้ว ให้ อ่านรายละเอียดล่าสุดในระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ก่อนชำระเงิน

Previous Article

TCAS70 รับสมัครพยาบาลศาสตร์ รอบรับพิเศษ ม.ชินวัตร

Next Article

TCAS70 สายสุขภาพ: แพทย์วชิรพยาบาล รอบ Portfolio รับ 20 คน: สมัคร 1 ธ.ค. 2569 – 7 ม.ค. 2570

Write a Comment

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *